

ขายโรงงานต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? รวมเช็กลิสต์โฉนดที่ดิน ภาระจำยอม ใบ รง.4 เอกสารบริษัท ใบอนุญาตก่อสร้าง รายการทรัพย์สิน และภาษีค้างชำระก่อนโอน
การ “ขายโรงงาน” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตั้งราคาหรือหาผู้ซื้อเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องใช้เอกสารเป็นจำนวนมาก เพื่อยืนยันความถูกต้องของกรรมสิทธิ์ การอนุญาตประกอบกิจการ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โรงงาน การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การขายเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่สะดุดกลางทาง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่า โรงงานที่กำลังจะซื้อมีความถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน
นี่คือเอกสารหลักที่สำคัญที่สุดในการขายโรงงาน เพราะเป็นหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจริง ๆ
สิ่งที่ควรเตรียมคือ
หากที่ดินมีการจำนองอยู่กับธนาคาร ควรแจ้งผู้ซื้อให้ทราบล่วงหน้า และเตรียมเอกสารจากสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการไถ่ถอนก่อนโอนกรรมสิทธิ์
ความหมาย: เป็นกรณีที่เจ้าของรวมหลายแปลงที่ดินเข้าด้วยกันเป็นโฉนดใบเดียว เพื่อสะดวกในการถือครองหรือโอน แต่การโอนหรือทำธุรกรรมอาจซับซ้อนกว่าโฉนดแปลงเดี่ยว
ปัญหาที่พบบ่อย:
แนวทางป้องกัน:
ความหมาย: สิทธิของบุคคลอื่นในการใช้ที่ดินของคุณ เช่น ทางเข้าออก ท่อประปา สายไฟ หรือท่อระบายน้ำ
ปัญหาที่พบบ่อยในโรงงาน:
แนวทางป้องกัน:
สำหรับโรงงานที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ต้องมี “ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน” หรือที่เรียกว่า “ใบ รง.4” ซึ่งออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด
ใบนี้มีความสำคัญเพราะเป็นหลักฐานว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทนั้นจริง และถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อจะขายโรงงาน ควรเตรียม
การโอนสิทธิ์และการขายโรงงาน (เพิ่มเติมเอกสารสำคัญ)
โรงงานส่วนใหญ่จะมีอาคารสำนักงาน โรงเก็บสินค้า หรืออาคารผลิต ซึ่งต้องมี “ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร” (หรือใบ ร.ง.1 จากเทศบาล/อบต.) เพื่อยืนยันว่าอาคารสร้างถูกต้องตามกฎหมายผังเมือง ผู้ซื้อจำนวนมากจะขอดูแบบแปลนและใบอนุญาตก่อสร้าง เพื่อประเมินความปลอดภัยและมูลค่าทรัพย์สิน ดังนั้นควรรวบรวมเอกสารเหล่านี้ไว้ให้ครบ
โรงงานจำนวนมากใช้น้ำบาดาลในการผลิต หากมีการขุดบ่อบาดาล ต้องมี “ใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล” จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ใบนี้ช่วยยืนยันว่าการใช้น้ำในพื้นที่เป็นไปตามกฎหมาย และสามารถโอนสิทธิ์ต่อผู้ซื้อได้ตามขั้นตอนที่กำหนด
หากโรงงานตั้งอยู่บนที่ดินเช่า หรือบางส่วนของพื้นที่เป็นที่เช่าจากเอกชนหรือรัฐ ผู้ขายต้องเตรียม “สัญญาเช่าที่ดิน” ฉบับจริง และตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัด เช่น ระยะเวลาเช่า การโอนสิทธิ์เช่าต่อผู้ซื้อคนใหม่ และภาระผูกพันต่าง ๆ ผู้ซื้อจะพิจารณาจากเอกสารนี้ก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะหากสัญญาเช่าจะหมดอายุในอีกไม่กี่ปี ก็อาจทำให้มูลค่าการขายลดลง
ผู้ขายควรจัดทำ “บัญชีทรัพย์สิน” ของโรงงาน เช่น
โรงงานบางประเภทอาจต้องมีการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม หรือความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
เอกสารเหล่านี้เป็นจุดบวกต่อการขาย เพราะผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าโรงงานผ่านมาตรฐานและไม่ต้องเริ่มต้นแก้ไขใหม่
แม้จะไม่ใช่ “เอกสารกรรมสิทธิ์” โดยตรง แต่ก่อนขาย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีภาระค้างชำระ เช่น
หากมีเอกสารใบเสร็จรับเงินล่าสุด ควรแนบไว้ เพื่อให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าไม่มีหนี้สินตกค้างติดกับโรงงาน
หากโรงงานมีได้การต่อเติมอาคาร เพิ่มเติมเครื่องจักร หรือปรับเปลี่ยนระบบการผลิต ควรเก็บใบอนุญาตปรับปรุงอาคาร และแบบแปลนที่ได้รับอนุมัติไว้ด้วย เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นว่าการปรับปรุงนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และไม่กระทบต่อใบอนุญาตเดิม
เพื่อให้การขายโรงงานเป็นเรื่องง่ายและดูมืออาชีพ แนะนำให้เจ้าของทำแฟ้มเอกสารแยกเป็นหมวดหมู่ เช่น
เมื่อต้องนำเสนอผู้ซื้อหรือนายหน้า ก็สามารถเปิดให้ดูได้ทันที ทำให้ผู้ซื้อมองเห็นความโปร่งใสและเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจ
การขายโรงงานไม่ใช่เรื่องยาก หากเจ้าของเตรียมเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อได้อย่างมาก เพราะในธุรกิจระดับโรงงาน การซื้อ–ขายไม่ใช่เรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ความถูกต้องและโปร่งใส” ที่ทำให้ดีลสำเร็จได้จริง 💬 สนใจปรึกษาการขายโรงงานอย่างมืออาชีพ Biggerland ทักแชทหรือติดต่อเราได้เลยวันนี้!